คำถามว่า "ทำไม ... ทำไม ... และ ทำไม" เป็นคำถามที่อันตราย ไม่ได้อันตรายต่อคนอื่นสักเท่าไหร่หรอก แต่อันตรายต่อตนเอง

เช่น

"ทำไมเค้าถึงไปมีคนอื่น ทั้งๆที่เราก็ดีออกขนาดนี้ เราเองก็ไม่เคยนอกใจ"

"ทำไมเราอุตส่าห์รักเค้ามากมาย ทำไมเค้าไม่หันมาสนใจเรามั่ง"

"ทำไมเค้าต้องจากเราไปด้วย เรายังไม่ได้ตอบแทนบุญคุญเค้าเลย เรายังไม่ได้บอกรักเค้าเลย"

"ทำไมเราต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้"

"ทำไมเราถึงได้ซวยอย่างนี้ มีใครเค้าซวยแบบเรามั่งมั๊ยเนี่ย"

"ทำไมโลกเรามันไม่ยุติธรรม ความเท่าเทียมกันมันอยู่ที่ไหน"

และอีกหลาย ๆ "ทำไม"

ผมบอกกับตัวเอง และคนอื่น ๆ ที่เฝ้าถามว่า "ทำไม" อยู่เสมอ ว่า "อย่าถามเลย คำถามนี้ เพราะเราไม่มีวันที่จะได้รู้คำตอบ" ไม่ว่าเราจะถามใคร เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคำตอบนั้นคือคำตอบที่ถูกต้อง บางทีคำตอบที่ถูกต้อง อาจจะไม่ถูกใจเรา เราก็คิดว่ามันไม่ถูก แต่คำตอบที่ผิด ๆ ถ้ามันถูกใจเรา มันก็กลายเป็นคำตอบที่ถูกขึ้นมา สุดท้ายเราก็จะมาจมปลักกับคำถามที่ไม่มีคำตอบของเราเอง และเราก็จะเฝ้าวนเวียนถามคำถามนั้นอยู่เรื่อยไปเหมือนคนบ้า จนกว่าความบ้านั้นมันจะลดลง หรือ เราเริ่มรู้ตัวเองเสียทีว่าจะหาคำตอบไปให้ได้อะไรขึ้นมา เราถึงจะเลิกถาม

คนแต่ละคนนั้น ไม่มีอะไรเลยที่เหมือนกัน ต่อให้เป็นฝาแฝดกันความคิดจิตใจก็ไม่เหมือนกัน จะให้เค้ามาคิดเหมือนเรานั้นเป็นไปไม่ได้ เค้าก็มีความคิดเป็นของตัวเอง เราก็มีความคิดเป็นของตัวเอง อย่าเอาความคิดของตัวเราไปเป็นบรรทัดฐานให้คนอื่น แม้คนๆนั้นจะเป็นคนรัก เป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือว่าลูกก็ตาม อันนี้พูดเผื่อว่ามีใครที่กำลังเอาตัวเองไปวัดคนอื่นอยู่

เพราะฉะนั้นผมถึงได้บอกกับตัวเอง และคนอื่นว่า " ถ้าสงสัยว่าทำไม เมื่อไหร่ ขอให้ตอบตัวเองว่า สงสัยให้ได้อะไรขึ้นมา สงสัยเพื่ออะไร ถ้ารู้แล้วจะมีความสุขหรือ ถ้ารู้แล้วชีวิตจะดีขึ้นกว่าเก่าหรือ ถ้ารู้แล้วจะย้อนวันคืนเก่าๆกลับมาได้หรือ ถ้ารู้แล้วอนาคตมันจะดีขึ้นหรือ" แล้วความสงสัยมันก็จะหมดไปเอง เพราะเราสามารถตอบตัวเองได้ในทันทีว่า รู้แล้วก็ไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้น เพราะอันนี้เราถามใจตัวเอง เราไม่ได้ไปถามคนอื่น ถ้าเรายังโกหกตัวเอง ก็สมควรอยู่เอง ที่จะต้องเป็นทุกข์ต่อไป อันนี้โทษใครไม่ได้ต้องโทษตัวเราเอง

คำถามแบบนี้ ถ้าไม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ หรือ พุทธศาสน์ แล้ว ไม่มีประโยชน์ ถามไปมีแต่จะต้องวนเวียนถามไปถามมา ไม่มีวันจบสิ้น จนกว่าตัวเราจะลืมมันไปเอง