ไม่บ่อยครั้งนักที่พสกนิกรชาวไทย จะได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์ในเครื่องแบบปกติขาวคอพับแขนสั้น ของทหารเรือ สำหรับตัวผมเอง ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น เพราะโดยส่วนมากหากพระองค์จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรือ จะเห็นพระองค์ท่านในเครื่องแบบชุดใหญ่ อย่างชุดปกติขาว ชุดปกติกากีคอแบะ เครื่องแบบเต็มยศสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว ชุดปกติกากีคอพับทั้งแขนสั้นและแขนยาว หรือไม่ก็เป็นชุดฝึกไปเลย
 
แต่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา ต้องถือว่าเป็นโชคดีของพสกนิกรชาวไทย ที่ได้เห็นพระองค์ท่านในเครื่องแบบทหารเรือขาวสะอาดนี้ โดยพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจในการเสด็จไปทรงเปิดโครงการชลประทานในพระราชดำริจำนวน 5 โครงการ ณ กรมชลประทาน เขตสามเสน กรุงเทพมหานคร โดยพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินทางชลมาครโดยประทับบนเรืออังสนา ที่กองทัพเรือจัดถวายเป็นเรือพระที่นั่ง
 
 
ในการเสด็จพระราชดำเนินในวันนั้น พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยเครื่องแบบปกติขาวคอพับแขนสั้น หรือเครื่องแบบหมายเลข 2 ตามระเบียบกองทัพเรือว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ และการแต่งเครื่องแบบ พุทธศักราช 2529 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เครื่องแบบนี้ทหารเรือเราจะเรียกกันว่า "ชุดขาวน้อย" เนื่องจากในบรรดาเครื่องแบบสีขาวล้วนของทหารเรือนี้ ยังมีเครื่องแบบอีกชุดหนึ่ง ที่ใช้ใส่ในโอกาสสำคัญๆ เช่น ในพระราชพิธีสำคัญ พิธีกรรมทางศาสนา หรือในพิธีสำคัญอื่นๆ นั่นก็คือ ชุดปกติขาว ซึ่งเราจะเรียกกันว่า "ชุดขาวใหญ่" 
 
 
การที่ได้เห็นพระองค์ท่านทรงฉลองพระองค์ด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ย่อมยังความปลาบปลื้มให้แก่เหล่าทหารเรือเป็นธรรมดา ยิ่งพระองค์ทรงเครื่องแบบปกติขาวคอพับแขนสั้น ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยๆ ยิ่งทำให้พวกเรารู้สึกดีใจมากขึ้น แต่ก็ไม่ดีใจไปกว่าการที่ได้เห็นพระองค์ยังทรงพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยของพระองค์ท่าน นั่นย่อมเป็นความปลื้มปิติของทหารเรือไทย และประชาชนชาวไทยอีกหลายล้านคนอย่างหาที่สุดมิได้
 
 
นอกจากนี้พระองค์ยังทรงประดับอินทรธนูแข็งตำแหน่งจอมพลเรือ เครื่องหมายความสามารถนักบิน และแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่พระอุระ(หน้าอก)ด้านซ้าย เครื่องหมายแสดงความสามารถผู้ทำการรบพิเศษที่พระอุระข้างขวา และบริเวณกระเป๋าฉลองพระองค์ด้านขวาเหนือกระดุมประดับเครื่องหมายผู้บังคับการเรือ ส่วนบนกระเป๋านั้นเป็นเครื่องหมายนาวิกาธิปัตย์  
 
 
ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารเรืออยู่หลายครั้งหลายครา และหลายชุด ผมจะขอย้อนอดีตนำท่านไปชมพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระองค์ท่านทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบต่างๆ ของทหารเรือกันสักครั้งครับ
 
ฉลองพระองค์เครื่องแบบปกติขาว หรือ เครื่องแบบหมายเลข 1 หรือ ชุดขาวใหญ่
 
เครื่องแบบปกติขาว เป็นฉลองพระองค์ที่พสกนิกรชาวไทยจะได้เห็นบ่อยครั้งในหลายโอกาส เช่น
 
เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์นิวัติพระนคร ในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2493 โดยทางเรือ ซึ่งกองทัพเรือได้จัดกระบวนเรือและเครื่องบินรับเสด็จฯ ที่สันดอนปากแม่นํ้าเจ้าพระยาประกอบด้วย เรือหลวง จำนวน 11 ลำ เครื่องบิน จำนวน 3 หมู่ มี ร.ล.ศรีอยุธยาเป็นเรือพระที่นั่งทรง และร.ล.สุราษฎร์เป็นเรือพระที่นั่งรอง
 
ในวันนั้นกองทัพเรือได้ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องยศ จอมพลเรือ ณ ห้องโถงนายทหาร ร.ล.ศรีอยุธยาด้วย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับแล้วมีพระราชดำรัสตอบ มีความตอนหนึ่งว่า "ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้เห็นบรรดาเหล่าทหารเรือทั้งหลาย ได้พร้อมใจนำเครื่องยศจอมพลเรือมาให้ และอวยพรให้ข้าพเจ้าในโอกาสที่กลับสู่พระนครในวันนี้ ข้าพเจ้าขอรับด้วยความขอบใจ และจะรักษาเกียรติศักดิ์นี้ด้วยดีอยู่เสมอ"
 
 
เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปยังกรมอู่ทหารเรือ เพื่อทรงประกอบพิธีวางกระดูกงูเรือยนต์รักษาฝั่ง ต.91 เมื่อ วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2510
 
 
เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อทรงกระทำพิธีปล่อยเรือ ต. 99 ซึ่งเป็นเรือในชุดเรือ ต.91 ลำสุดท้ายลงน้ำ
 
สำหรับเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ชุดเรือ ต.91 นั้น เป็นเรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชวินิจฉัยในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบเรือ จนกระทั่งถึงการต่อออกมาเป็นเรือเลยทีเดียว ดังนั้น เรือลำนี้จึงให้หมายเลขขึ้นต้นด้วย เลข 9 อันหมายถึงรัชกาลที่ 9 นั่นเอง
 
 
เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มายังอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เพื่อทรงประกอบพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ลงน้ำ เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2550  
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงกระทำพิธีปล่อยเรือ ต.991 ลงน้ำ
 
 
ฉลองพระองค์เครื่องแบบปกติกากีคอแบะ หรือเครื่องแบบหมายเลข 5
 
เป็นเครื่องแบบที่เราอาจจะเคยเห็นพระองค์ท่านทรงฉลองพระองค์อยู่บ่อยๆ อีกเช่นกัน เช่น
 
เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงนำพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 9 แห่งเดนมาร์กเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.​2504
 
 
 
ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2536
 
 
ในโอกาสที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทรงเจิม ร.ล.จักรีนฤเบศร เมื่อครั้งที่ ร.ล.จักรีนฤเบศร เดินทางจากราชอาณาจักรสเปน มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540
 
 
ฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว หรือ เครื่องแบบหมายเลข 7 (ค.) 
 
พระองค์จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบนี้ ในโอกาสที่ทรงเสด็จประพาสยังต่างประเทศ ในช่วงที่มีอากาศหนาว เช่นการเสด็จประพาสยุโรป และสหรัฐอเมริกา
 
ในพระบรมฉายาลักษณ์นี้ พระองค์ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ จอมพลเรือ ทรงฉายพระรูปร่วมกับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และพระราชินีอลิซาเบธ​ ที่ 2 และเจ้าชายฟิลลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ ณ พระราชวังบัคกิ้งแฮม ประเทศอังกฤษ เมื่อปี​ ค.ศ.1960
 
 
 
 
 
 
พระบรมฉายาลักษณ์ด้านล่างนี้ ทรงฉายขณะเสด็จเยือนราชอาณาจักรสเปน เมื่อปี ค.ศ.1960
 

 
ฉลองพระองค์เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว หรือ เครื่องแบบหมายเลข 9 หรือ ชุดทูนิค หรือ ชุดบลู
 
ฉลองพระองค์นี้ เป็นเช่นเดียวกับเครื่องแบบหมายเลข 7 (ค.) คือใช้ในโอกาสที่ทรงเสด็จประพาสยังต่างประเทศ ในช่วงที่มีอากาศหนาว แต่มีข้อแตกต่างคือ หากผู้ใส่มีสายยงยศประกอบเครื่องแบบ จะใส่อินทรธนูที่ด้านขวาติดกับสายยงยศเพียงข้างเดียว และใช้กางเกงสีน้ำเงินดำ ที่ไม่มีแถบไหมทอง